สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

ผีปลาวาฬ (Episode 1)

ผีปลาวาฬ (Episode 1)

 

ผีปลาวาฬที่ว่านี่ ไม่ได้หมายถึง ปลาวาฬตัวใหญ่ๆ ในทะเลที่ตายแล้วกลายเป็นผีมาหลอกคนนะคะ แต่ "ผีปลาวาฬ" นี้ มีที่มาจากชื่อโรงแรมแห่งหนึ่งที่เป็นสถานที่เกิดเรื่องค่ะ คือว่า เราและสามีไปเจอกับอันไอเด็นติฟายติงส์ที่นี่แหละค่ะ ก็เลยเอามาเป็นชื่อเรื่องซะเลย


เวลาที่ไปเยี่ยมบ้านสามีที่อยู่ในจังหวัดหนึ่งของภาคกลาง เรามักจะ็นิยมนอนที่โรงแรมมากกว่า ไม่ใช่ว่ารังเกียจบ้านสามีหรือว่าอะไรหรอกนะคะ เพียงแต่ว่าเราชอบความอิสระ แล้วก็รู้สึกสบายที่โรงแรมมีให้ เนื่องจากเป็นคน "กินยาก อยู่ยาก นอนก็ยาก" ถ้าเป็นที่ที่เราไม่รู้สึกว่าอยู่แล้วสบายจริงๆ แล้ว ก็จะนอนไม่ค่อยหลับ



ตามปกติแล้ว เราก็มีโรงแรมที่เราพักอยู่เป็นประจำ แต่บังเอิญว่า วันที่เราเจอ...นั้น โรงแรมที่เราพักประจำเกิดเต็ม จึงจำเป็นต้องย้ายไปหาที่นอนที่อื่น ซึ่งก็ได้เป็นโรงแรมแห่งนี้แหละค่ะ



พอเช็คอิน ห้องที่เราเลือกห้องแรก เป็นห้องที่อยู่อาคารเดียวกับที่จอดรถ พอเข้าลิฟท์ไปเท่านั้นแหละค่ะ ประสาทสัมผัสบรรยากาศลบก็เริ่มทำงานอีกแล้ว...

หันไปมองหน้าสามี... เห็นเฉย... ก็เลยคิดว่า เออ.. คงคิดไปเองมั้ง

ติ๊งงงงง..... ประตูลิฟท์เปิด ทันทีที่เห็นบรรยากาศข้างนอก กรุณาจินตนาการเพลงประกอบมิติพิศวง (หื่อ..ฮือ...ฮื้อ...ฮือ...ฮื้อ...ฮือ.... ) ตามไปด้วยนะคะ ไม่รู้จะบรรยายยังไง แต่ว่ารู้ัสึกแบบนั้นจริงๆ

คือ... ทั้งๆ ที่วันนั้นแขกก็เต็ม ตอนที่จะขึ้นลิฟท์ก็เห็นมีคนขึ้นลงอยู่ตลอดเวลา แต่ทำไมบรรยากาศชั้นที่เป็นห้องพักของเรามันถึงได้นิ่งสนิทราวกับโรงแรมร้างแบบนั้นก็ไม่รู้ จะว่าเพราะห้องอื่นๆ เก็บตัวเงียบกันหมดก็ไม่ใช่ ไม่รู้จะอธิบายยังไง เอาเป็นว่า เงียบแบบธรรมดา กับเงียบแบบมีอะไรไม่ชอบมาพากล มันไม่เหมือนกันนะคะ

เด็กยกกระเป๋าก้ดูเหมือนจะรีบๆ รีบยกกระเป๋าเข้าห้อง รีบเปิดไฟ รีบรับทิป รีบจากห้องนี้ไปอย่างเร็วที่สุด...


ด้วยประสบการณ์อันโชกโชนของเรา บอกเราว่า ห้องนี้มีอะไรไม่ปกติซะแล้ว ไม่ใช่จากอาการลุกลี้ลุกลนของพนักงานยกกระเป๋า แต่มาจากมวลบรรยากาศรอบตัวเราบางอย่าง

เราบอกสามีทันทีว่าเราจะขอเปลี่ยนห้อง เช่นเคย คุณสามีบอกเราว่า ไม่มีอะไรหรอกน่า... ทั้งที่แววตาเค้าตอนพูดกับเรามันไม่ใช่ และยังคอยร้องห้ามลูกชายเสียงหลงตอนที่วิ่งไปกระโดดเล่นบนเตียงตลอดเวลา...

สุดท้ายเรายืนกรานท่าเดียว ว่ายังไงเราก็ไม่ยอมนอนที่ห้องนี้เด็ดขาด พร้อมกับยกหูโทรศัพท์แจ้งไปทางโรงแรมว่า เราจะขอเปลี่ยนห้อง โดยยอมจ่ายเงินเพิ่มไปอยู่ห้องที่แพงกว่า ทางโรงแรมก็ยินดีให้เปลี่ยน และส่งคนมายกกระเป๋าไปยังห้องใหม่ทันที.....



ย้ายมาห้องใหม่ ก็ใช่ว่าจะไม่มีพลังงานลบ แต่ก็ถือได้ว่าเบากว่าห้องที่เพิ่งย้ายมามาก... ประกอบกับง่วง+หิว ขืนย้ายหนีผีไปมาแบบนี้คงไม่ต้องพักผ่อนกันพอดี เงินก็จ่ายให้โรงแรมไปแล้ว ฉะนั้น เอาก็เอาวะ ดีกว่าไม่มีที่ให้ซุกหัวนอน......

เราก็ยังคงยืนยัน นั่งยัน นอนยันกับสามี ว่าห้องนั้นน่ะ มันมีอะไรแปลกๆ จริงๆ โดยเฉพาะที่เตียงนอนสองเตียง แต่ว่าเราไม่รู้ว่ามันคือเตียงไหนกันแน่ รู้แต่ว่าที่เตียงนั่นแหละ คุณสามีก็ยืนยันคำเดียวเหมือนกัน ว่าไม่มี... ไม่มี... ไม่มีอะไรหรอกน่า... ไปอาบน้ำนอนซะทีเถอะ (ว้อย...) เดี๋ยวจะลงไปซื้อหมูย่างเจ้าอร่อยมาให้กิน... ด้วยความเห็นแก่ของกิน เราก็เลยเงียบ และยอมไปอาบน้ำแต่โดยดี

เมื่อเราอาบน้ำอาบท่าเรียบร้อย และจัดการทานอาหารจนอิ่มท้องดีแล้ว คุณสามีก็เล่าให้ฟังว่า...






ที่ห้องเก่าก่อนที่จะย้ายมานั่นน่ะ ที่เราบอกว่า รู้สึกสัมผัส...ได้แถวๆ เตียงใดเตียงหนึ่งในสองเตียงที่มีอยู่ แต่ว่าไม่ชัดเจนว่าคือเตียงไหนกันแน่นั้น..... มันคือเตียงที่อยุ่ติดกับหน้าต่าง คุณสามีเห็น....เค้า....นอนอยู่ที่เตียงนั้น จนต้องร้องห้ามเสียงหลงเวลาที่เห็นเจ้าลิงน้อยจะเข้าไปขย่มเตียงนั่นเล่นไงล่ะ....




เอ้า...ซาวด์ประกอบบรรเลง...

(หื่อ..ฮือ...ฮื้อ...ฮือ...ฮื้อ...ฮือ.... )



(หื่อ..ฮือ...ฮื้อ...ฮือ...ฮื้อ...ฮือ.... )




(หื่อ..ฮือ...ฮื้อ...ฮือ...ฮื้อ...ฮือ.... )









เรื่องราวของผีปลาวาฬยังไม่จบเพียงเท่านี้ ....


โปรดติดตามตอนต่อไป..... ใน ผีปลาวาฬ Episode 2

view