สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

รีวิว Review : Karavel House Sriracha ที่พักใกล้เกาะลอยและท่าเรือข้ามไปเกาะสีชัง

รีวิว Review : Karavel House Sriracha ที่พักใกล้เกาะลอยและท่าเรือข้ามไปเกาะสีชัง

พอดีได้รับบัตรเชิญให้เข้าพักแถมอาหารมื้อเย็นให้ฟรีหนึ่งมื้อซึ่งใกล้จะหมดเขตแล้ว ดังนั้น ด้วยความงก เอ๊ย...เสียดาย (ฮ่าฮ่าฮ่า) ประกอบกับช่วงนี้ไม่ค่อยได้ไปไหน ก็เลยไม่ค่อยมีข้อมูลมาทำรีวิวที่พักเท่าไหร่ จึงขอถือโอกาสนี้ทดลองไปพัก และทำรีวิวมาฝากเพื่อนๆ ซะเลยค่ะ

โรงแรม Karavel House จะเป็นลักษณะโรงแรมกึ่ง Service Apartment เล็กๆ ที่ให้บริการทั้งแบบรายวันและรายเดือน กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นคนญี่ปุ่นประมาณ 90% ค่ะ นอกนั้นจะเป็นคนไทยบ้างประปราย



โรงแรมอยู่ในซอยเดียวกับสถานีตำรวจศรีราชา บริเวณเดียวกับร้านชุมบา หน้าปากทางเข้าตรงถนนใหญ่จะมีป้ายชี้เข้าไปท่าเทียบเรือไปเกาะสีชัง เลี้ยวตามป้ายเข้ามาซักพักจะเห็นร้านชุมบาอยู่ขวามือและป้ายของ Karavel ให้เลี้ยวเข้าไปตามป้ายเลยค่ะ โรงแรมจะอยู่ติดกับลานจอดรถของชุมบาเลยค่ะ

ห้องที่เราพักเป็นแบบหนึ่งห้องนอนนะคะ ซึ่งจะมีห้องนอนเล็กๆ แยกต่างหากกับส่วนนั่งเล่นและทานอาหารค่ะ


โต๊ะเครื่องแป้ง



ย่างก้าวแรกที่เห็นโรงแรม นึกว่าตัวเองอยู่ที่ญี่ปุ่น ฮ่าฮ่าฮ่า โรงแรมตกแต่งได้อารมณ์โรงแรมหน้าสถานีรถไฟที่ญี่ปุ่นมากค่ะ

ห้องน้ำมีอ่างแช่ โถนั่งมีสายฉีดให้ค่ะ




เนื่องจากโรงแรมให้บริการแบบ survice apartment ด้วงย ดังนั้นจึงมีอุปกรณ์ทำอาหารไว้ให้พร้อมค่ะ



ส่วนนั่งเล่น มีเครื่องเสียงและเครื่องเล่นดีวีดีให้ด้วย



โต๊ะกินข้าว...อารมณ์ญี่ปุ๊น ญี่ปุ่นแบบบ้านๆ คนญี่ปุ่นที่มาพักที่นี่คงรู้สึกเหมือนอยู่บ้านตัวเองแน่เลย



ถ้วย ชาม ช้อนส้อม มีด ตะหลิว กะทะ หม้อ มีให้พร้อมค่ะ

พวกหม้อพวกตะหลิว จะอยู่ในตู้ด้านล่างเตาไฟฟ้าค่ะ



ของใช้ในห้องน้ำ มีให้เหมือนกับโรงแรมทั่วไป



ตึกฝั่งตรงข้ามเป็น Karavel 2 ซึ่งเป็น service apartment อย่างเดียวเลย



Seaview แบบไกล๊ไกล.. ต้องชะโงกหน้าดูจากระเบียง



ง่วงแล้ว...ฮ่าฮ่าฮ่า ตัดมาบรรยากาศตอนกลางคืนเลยละกัน



ที่นี่จะอยู่ห่างจากแหล่งช้อปปิ้งและที่กินอาหารอยู่ พอสมควร ร้านอาหารที่อยู่ใกล้เคียง (นอกจากชุมบา) ส่วนใหญ่จะเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นแบบออริจินัลเรียงกันเป็นแถว (มื้อกลางวันพอรับราคาไหว แต่มื้อค่ำนี่แพงมหาโหดสำหรับคนไทยเลยค่ะ) คนไม่มีรถคงต้องเดินไปกินที่เกาะลอยซึ่งจะมีร้านอาหารอยู่มากมาย หรือใช้บริการชัทเทิลบัสของโรงแรมไปยังแหล่งช้อปแหล่งกินต่างๆ หรือไม่ก็ซื้อของสดมาทำกินเองในห้องค่ะ



คนที่ชอบช้อปปิ้งคงไม่สะดวกนักกับที่นี่ แต่สำหรับคนที่ชอบร้องเพลงคงชอบที่นี่มากเป็นพิเศษ เพราะร้านชุมบาซึ่งเป็นคาราโอเกะดังในศรีราชาตั้งอยู่หน้าโรงแรม แทบจะเรียกได้ว่าบริเวณเดียวกันเลยค่ะ



สุดทางจะเป็นร้านอาหารในโรงแรมชื่อแคลิฟอร์เนียเสต็คค่ะ ซึ่งเดี๋ยวเราก็จะเข้าไปทานอาหารกันที่นี่



อีกด้านของล็อบบี้ 



เข้าไปกินบุฟเฟ่ต์เสต็คข้างในแคลิฟอร์เนียเสต็คกัน ค่ะ สำหรับบุฟเฟ่ต์นี้จะมีเฉพาะคืนวันพุธกับเสาร์เท่านั้น ราคา 310บาท++ต่อคนสำหรับผู้ใหญ่ และ160++ บาทต่อคนสำหรับเด็กอายุไม่เกิน 12 ปีค่ะ แต่งานนี้ของเราฟรี เพราะใช้โควต้าบัตรเชิญค่ะ

เป็นบุฟเฟ่ต์เสต็ค ก็คงต้องกินเสต็คละเนอะ อยากกินเสต็คอะไร เนื้อ หมู ไก่ ปลา ก็เลือกของสดเอาจากตรงนี้ใส่จาน แล้วให้พนักงานนำไปย่างมาให้ค่ะ 


 

เนื่องจากเราไม่กินเนื้อวัว จึงเลือกเป็นเสต็คเนื้อหมูแทน รสชาติตามมาตรฐานทั่วๆ ไปค่ะ

ซอสที่กินกับเสต็ควันนี้มีสองอย่าง คือซอสมิ้นท์กับซอสเห็ด เราเลือกซอสเห็ดค่ะ เพราะไม่กล้าลองซอสมิ้นท์ แหะๆ




มีขาแกะย่างด้วย เค้าจะตัดเป็นชิ้นเล็กๆ ใส่ในจานให้ รสชาติขอละไว้ไม่วิจารณ์ดีกว่า อาจจะขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละบุคคล ส่วนตัวเราแล้ว เราไม่ชอบเนื้อแกะกลิ่นและรสชาติแบบนี้ค่ะ มันแปลกเกินไป กินแล้วรู้สึกผะอืดผะอมบอกไม่ถูก




แต่มันฝรั่งบดทอด รสชาติโอเค




สารพัดซอสประดามี ใครชอบอะไรก็เชิญได้ค่ะ

ไลน์อาหารอื่นๆ นอกจากนี้ไม่ค่อยมีอะไรค่ะ จะเป็นไลน์สลัดเล็กๆ ซุปหนึ่งหม้อ กับของหวานซึ่งมีผลไม้ ผลไม้ชุบช็อคโกแลต แล้วก็เค้กเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งเราไม่ได้ถ่ายรูปมาเพราะมีแขกคนอื่นนั่งอยู่เยอะ เกรงใจเค้าค่ะ

อ้อ..ในราคาที่บอกไป มีแถมฟรีไวน์หรือน้ำอัดลม 1 แก้วด้วยนะคะ ตัวเราไม่ดื่มไวน์ก็เลยเลือกเป็นน้ำอัดลมแทน
เราคิดว่าไลน์อาหารเล็กจนน่าตกใจ แต่เมื่อดูจำนวนคนที่กินแล้วก็คิดว่าน่าจะพอดีกันละมั้ง



ที่นั่งกินอาหาร 



 


พาไปดูฟิตเนสต่อดีกว่า ฟิตเนสจะอยู่ตึกเดียวกับที่เช็คอิน ชั้น 6 อุปกรณ์เพียบ แต่ไม่มีใครเล่นเลย ไปขอถ่ายรูป พนักงานให้ความร่วมมือดีมาก ฮ่าฮ่าฮ่า ช่วยจัดฉากให้เรียบร้อยด้วย 



 มีห้องเซาว์น่าด้วย ถามพนักงานคนเดิมว่ามีคนกำลังใช้อยู่ไหมจะขออนุญาตถ่ายรูป น้องเค้าบอก..เชิญเลยครับ...แล้วถามต่อว่า เอ่อ..พี่จะถ่ายไปทำอะไรเหรอครับ เลยบอกไปว่าเอาไปทำรีวิวิวลงเว็บน่ะค่ะ  ฮ่าฮ่าฮ่า สงสัยจะไม่เคยเจอแขกคนไหนบ้าสะพายกล้องเดินท่อมๆ ถ่ายรูปมันทุกจุดไม่เว้นกระทั่งบันไดตึก ป้ายทางเดิน และห้องน้ำแบบเรา นี่แสดงว่าไม่รู้จักอิทธิฤทธิ์ชาว BP ซะแร้วววว เดี๋ยวเถอะ...เดี๋ยวแม่จะถ่ายซะให้เข็ด ฮ่าฮ่าฮ่า



 


สระว่ายน้ำอยู่บนชั้นเจ็ดค่ะ ต้องขึ้นบันไดไปอีกหนึ่งชั้น สระสวยน่าว่ายน้ำดีเหมือนกัน แต่วันนี้ลมแรงจนหนาวคงว่ายไม่ไหว ขอเดินถ่ายรูปอย่างเดียวดีกว่า



มีจากุ๊ดจี่ด้วย (มั้ย?) หรือเอาไว้นั่งขัดขี้ไคลกันเฉยๆ ก็ไม่รู้





จบแล้วจ้า

ขอเชิญอ่านรีวิวที่เหมือนหรือคล้ายกันนี้ได้ที่

พอดีได้รับบัตรเชิญให้เข้าพักแถมอาหารมื้อเย็นให้ฟรีหนึ่งมื้อซึ่งใกล้จะหมดเขตแล้ว ดังนั้น ด้วยความงก เอ๊ย...เสียดาย (ฮ่าฮ่าฮ่า) ประกอบกับช่วงนี้ไม่ค่อยได้ไปไหน ก็เลยไม่ค่อยมีข้อมูลมาทำรีวิวที่พักเท่าไหร่ จึงขอถือโอกาสนี้ทดลองไปพัก และทำรีวิวมาฝากเพื่อนๆ ซะเลยค่ะ

โรงแรม Karavel House จะเป็นลักษณะโรงแรมกึ่ง Service Apartment เล็กๆ ที่ให้บริการทั้งแบบรายวันและรายเดือน กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นคนญี่ปุ่นประมาณ 90% ค่ะ นอกนั้นจะเป็นคนไทยบ้างประปราย



โรงแรมอยู่ในซอยเดียวกับสถานีตำรวจศรีราชา บริเวณเดียวกับร้านชุมบา หน้าปากทางเข้าตรงถนนใหญ่จะมีป้ายชี้เข้าไปท่าเทียบเรือไปเกาะสีชัง เลี้ยวตามป้ายเข้ามาซักพักจะเห็นร้านชุมบาอยู่ขวามือและป้ายของ Karavel ให้เลี้ยวเข้าไปตามป้ายเลยค่ะ โรงแรมจะอยู่ติดกับลานจอดรถของชุมบาเลยค่ะ

ห้องที่เราพักเป็นแบบหนึ่งห้องนอนนะคะ ซึ่งจะมีห้องนอนเล็กๆ แยกต่างหากกับส่วนนั่งเล่นและทานอาหารค่ะ


โต๊ะเครื่องแป้ง



ย่างก้าวแรกที่เห็นโรงแรม นึกว่าตัวเองอยู่ที่ญี่ปุ่น ฮ่าฮ่าฮ่า โรงแรมตกแต่งได้อารมณ์โรงแรมหน้าสถานีรถไฟที่ญี่ปุ่นมากค่ะ

ห้องน้ำมีอ่างแช่ โถนั่งมีสายฉีดให้ค่ะ




เนื่องจากโรงแรมให้บริการแบบ survice apartment ด้วงย ดังนั้นจึงมีอุปกรณ์ทำอาหารไว้ให้พร้อมค่ะ



ส่วนนั่งเล่น มีเครื่องเสียงและเครื่องเล่นดีวีดีให้ด้วย



โต๊ะกินข้าว...อารมณ์ญี่ปุ๊น ญี่ปุ่นแบบบ้านๆ คนญี่ปุ่นที่มาพักที่นี่คงรู้สึกเหมือนอยู่บ้านตัวเองแน่เลย



ถ้วย ชาม ช้อนส้อม มีด ตะหลิว กะทะ หม้อ มีให้พร้อมค่ะ

พวกหม้อพวกตะหลิว จะอยู่ในตู้ด้านล่างเตาไฟฟ้าค่ะ



ของใช้ในห้องน้ำ มีให้เหมือนกับโรงแรมทั่วไป



ตึกฝั่งตรงข้ามเป็น Karavel 2 ซึ่งเป็น service apartment อย่างเดียวเลย



Seaview แบบไกล๊ไกล.. ต้องชะโงกหน้าดูจากระเบียง



ง่วงแล้ว...ฮ่าฮ่าฮ่า ตัดมาบรรยากาศตอนกลางคืนเลยละกัน



ที่นี่จะอยู่ห่างจากแหล่งช้อปปิ้งและที่กินอาหารอยู่ พอสมควร ร้านอาหารที่อยู่ใกล้เคียง (นอกจากชุมบา) ส่วนใหญ่จะเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นแบบออริจินัลเรียงกันเป็นแถว (มื้อกลางวันพอรับราคาไหว แต่มื้อค่ำนี่แพงมหาโหดสำหรับคนไทยเลยค่ะ) คนไม่มีรถคงต้องเดินไปกินที่เกาะลอยซึ่งจะมีร้านอาหารอยู่มากมาย หรือใช้บริการชัทเทิลบัสของโรงแรมไปยังแหล่งช้อปแหล่งกินต่างๆ หรือไม่ก็ซื้อของสดมาทำกินเองในห้องค่ะ



คนที่ชอบช้อปปิ้งคงไม่สะดวกนักกับที่นี่ แต่สำหรับคนที่ชอบร้องเพลงคงชอบที่นี่มากเป็นพิเศษ เพราะร้านชุมบาซึ่งเป็นคาราโอเกะดังในศรีราชาตั้งอยู่หน้าโรงแรม แทบจะเรียกได้ว่าบริเวณเดียวกันเลยค่ะ



สุดทางจะเป็นร้านอาหารในโรงแรมชื่อแคลิฟอร์เนียเสต็คค่ะ ซึ่งเดี๋ยวเราก็จะเข้าไปทานอาหารกันที่นี่



อีกด้านของล็อบบี้ 



เข้าไปกินบุฟเฟ่ต์เสต็คข้างในแคลิฟอร์เนียเสต็คกัน ค่ะ สำหรับบุฟเฟ่ต์นี้จะมีเฉพาะคืนวันพุธกับเสาร์เท่านั้น ราคา 310บาท++ต่อคนสำหรับผู้ใหญ่ และ160++ บาทต่อคนสำหรับเด็กอายุไม่เกิน 12 ปีค่ะ แต่งานนี้ของเราฟรี เพราะใช้โควต้าบัตรเชิญค่ะ

เป็นบุฟเฟ่ต์เสต็ค ก็คงต้องกินเสต็คละเนอะ อยากกินเสต็คอะไร เนื้อ หมู ไก่ ปลา ก็เลือกของสดเอาจากตรงนี้ใส่จาน แล้วให้พนักงานนำไปย่างมาให้ค่ะ 



เนื่องจากเราไม่กินเนื้อวัว จึงเลือกเป็นเสต็คเนื้อหมูแทน รสชาติตามมาตรฐานทั่วๆ ไปค่ะ

ซอสที่กินกับเสต็ควันนี้มีสองอย่าง คือซอสมิ้นท์กับซอสเห็ด เราเลือกซอสเห็ดค่ะ เพราะไม่กล้าลองซอสมิ้นท์ แหะๆ




มีขาแกะย่างด้วย เค้าจะตัดเป็นชิ้นเล็กๆ ใส่ในจานให้ รสชาติขอละไว้ไม่วิจารณ์ดีกว่า อาจจะขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละบุคคล ส่วนตัวเราแล้ว เราไม่ชอบเนื้อแกะกลิ่นและรสชาติแบบนี้ค่ะ มันแปลกเกินไป กินแล้วรู้สึกผะอืดผะอมบอกไม่ถูก




แต่มันฝรั่งบดทอด รสชาติโอเค




สารพัดซอสประดามี ใครชอบอะไรก็เชิญได้ค่ะ

ไลน์อาหารอื่นๆ นอกจากนี้ไม่ค่อยมีอะไรค่ะ จะเป็นไลน์สลัดเล็กๆ ซุปหนึ่งหม้อ กับของหวานซึ่งมีผลไม้ ผลไม้ชุบช็อคโกแลต แล้วก็เค้กเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งเราไม่ได้ถ่ายรูปมาเพราะมีแขกคนอื่นนั่งอยู่เยอะ เกรงใจเค้าค่ะ

อ้อ..ในราคาที่บอกไป มีแถมฟรีไวน์หรือน้ำอัดลม 1 แก้วด้วยนะคะ ตัวเราไม่ดื่มไวน์ก็เลยเลือกเป็นน้ำอัดลมแทน
เราคิดว่าไลน์อาหารเล็กจนน่าตกใจ แต่เมื่อดูจำนวนคนที่กินแล้วก็คิดว่าน่าจะพอดีกันละมั้ง



ที่นั่งกินอาหาร 



 


พาไปดูฟิตเนสต่อดีกว่า ฟิตเนสจะอยู่ตึกเดียวกับที่เช็คอิน ชั้น 6 อุปกรณ์เพียบ แต่ไม่มีใครเล่นเลย ไปขอถ่ายรูป พนักงานให้ความร่วมมือดีมาก ฮ่าฮ่าฮ่า ช่วยจัดฉากให้เรียบร้อยด้วย 



 


มีห้องเซาว์น่าด้วย ถามพนักงานคนเดิมว่ามีคนกำลังใช้อยู่ไหมจะขออนุญาตถ่ายรูป น้องเค้าบอก..เชิญเลยครับ...แล้วถามต่อว่า เอ่อ..พี่จะถ่ายไปทำอะไรเหรอครับ เลยบอกไปว่าเอาไปทำรีวิวิวลงเว็บน่ะค่ะ  ฮ่าฮ่าฮ่า สงสัยจะไม่เคยเจอแขกคนไหนบ้าสะพายกล้องเดินท่อมๆ ถ่ายรูปมันทุกจุดไม่เว้นกระทั่งบันไดตึก ป้ายทางเดิน และห้องน้ำแบบเรา นี่แสดงว่าไม่รู้จักอิทธิฤทธิ์ชาว BP ซะแร้วววว เดี๋ยวเถอะ...เดี๋ยวแม่จะถ่ายซะให้เข็ด ฮ่าฮ่าฮ่า


 



 


สระว่ายน้ำอยู่บนชั้นเจ็ดค่ะ ต้องขึ้นบันไดไปอีกหนึ่งชั้น สระสวยน่าว่ายน้ำดีเหมือนกัน แต่วันนี้ลมแรงจนหนาวคงว่ายไม่ไหว ขอเดินถ่ายรูปอย่างเดียวดีกว่า



มีจากุ๊ดจี่ด้วย (มั้ย?) หรือเอาไว้นั่งขัดขี้ไคลกันเฉยๆ ก็ไม่รู้





จบแล้วจ้า


ขอเชิญอ่านรีวิวที่เหมือนหรือคล้ายกันนี้ได้ที่ 

http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E8574908/E8574908.html 
http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=rambomom&date=24-11-2009&group=1&gblog=19

 

view