สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วัดพระธาตุลำปางหลวง (พระธาตุประจำปีเกิดปีฉลู) จ.ลำปาง Wat Phrathatlampangluang Lampang

วัดพระธาตุลำปางหลวง (พระธาตุประจำปีเกิดปีฉลู) จ.ลำปาง Wat Phrathatlampangluang Lampang
ข้อมูลประกอบ จากวิกิพีเดีย

วัดพระธาตุลำปางหลวงตั้งอยู่ในเขตตำบลลำปางหลวง อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง อยู่ห่างจากตัวเมืองลำปางไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ ๑๘ กิโลเมตร ตัววัดตั้งอยู่บนเนินสูง มีการจัดวางผัง และส่วนประกอบของวัดสมบูรณ์แบบที่สุด มีสิ่งก่อสร้าง และสถาปัตยกรรมต่าง ๆ



บริเวณพุทธาวาสประกอบด้วย องค์พระธาตุลำปางหลวง เป็นประธาน มีบันไดนาคนำขึ้นไปสู่ซุ้มประตูโขง ถัดซุ้มประตูโขงขึ้นไปเป็น วิหารหลวง บริเวณทิศเหนือขององค์พระธาตุมีวิหารบริวารตั้งอยู่คือ วิหารน้ำแต้ม และ วิหารต้นแก้ว ด้านตะวันตกขององค์พระธาตุประกอบด้วย วิหารละโว้ และ หอพระพุทธบาท ด้านใต้มี วิหารพระพุทธ และ อุโบสถ ทั้งหมดนี้จะแวดล้อมด้วยแนวกำแพงแก้วทั้งสี่ด้าน นอกกำแพงแก้วด้านใต้มีประตูที่จะนำไปสู่เขตสังฆาวาส ซึ่งประกอบด้วยอาคาร หอพระไตรปิฎก กุฏิประดิษฐาน พระแก้วดอนเต้า อาคารพิพิธภัณฑ์และกุฏิสงฆ์



ประวัติ

ตามตำนานกล่าวว่า ในสมัยพุทธกาล พระพุทธเจ้าพร้อมด้วยพระเถระสามองค์ได้เสด็จจาริกไปตามบ้านเมืองต่าง ๆ จนถึงบ้านลัมภะการีวัน (บ้านลำปางหลวง) พระพุทธเจ้าได้ประทับเหนือดอยม่อนน้อย มีชาวลัวะคนหนึ่งชื่อ ลัวะอ้ายกอน เกิดความเลื่อมใส ได้นำน้ำผึ้งบรรจุกระบอกไม้ป้างมะพร้าว และมะตูมมาถวายพระพุทธเจ้า พระพุทธองค์ได้ฉันน้ำผึ้งแล้วทิ้งกระบอกไม้ป้างไปทางทิศเหนือ แล้วทรงพยากรณ์ว่า สถานที่แห่งนี้ต่อไปจะมีชื่อว่า ลัมพกัปปะนคร แล้วได้ทรงลูบพระเศียรได้พระเกศามาหนึ่งเส้น มอบให้แก่ลัวะอ้ายกอนผู้นั้น ลัวะอ้ายกอนได้นำพระเกศานั้น บรรจุในผอบทองคำ และใส่ลงในอุโมงค์พร้อมกับถวายแก้วแหวนเงินทองเป็นเครื่องบูชา แล้วแต่งยนต์ผัด(ยนต์หมุน) รักษาไว้ และถมดินให้เรียบเสมอกัน แล้วก่อเป็นพระเจดีย์สูงเจ็ดศอกเหนืออุโมงค์นั้น ในสมัยต่อมาก็ได้มีกษัตริย์เจ้าผู้ครองนครลำปางอีกหลายพระองค์ มาก่อสร้างและบูรณะซ่อมแซม จนกระทั่งเป็นวัดที่มีความงามอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน



ในทางประวัติศาสตร์นครลำปาง วัดพระธาตุลำปางหลวงมีประวัติว่า เมื่อปี พ.ศ. ๒๒๗๕ นครลำปางว่างจากผู้ครองนคร และเกิดความวุ่นวายขึ้น สมัยนั้นพม่าเรืองอำนาจได้แผ่อิทธิพลปกครองอาณาจักรล้านนาไว้ได้ทั้งหมด พม่าได้ยึดครองนครเชียงใหม่ ลำพูน โดยแต่งตั้งเจ้าผู้ครองนครอยู่ภายใต้การปกครองของกษัตริย์พม่า ท้าวมหายศเจ้าผู้ครองนครลำพูนได้ยกกำลังมายึดนครลำปาง โดยได้มาตั้งค่ายอยู่ภายในวัดพระธาตุลำปางหลวง ครั้งนั้น หนานทิพย์ช้าง ชาวบ้านปงยางคก (ปัจจุบันอยู่อำเภอเกาะคา)วีรบุรุษของชาวลำปาง ได้รวบรวมพลทำการต่อสู้ทัพเจ้ามหายศ โดยลอบเข้ามาในวัด และใช้ปืนยิงท้าวมหายศตาย แล้วตีทัพลำพูนแตกพ่ายไป ปัจจุบันยังปรากฏรอยลูกปืนอยู่บนรั้วทองเหลืองที่ล้อมองค์พระธาตุเจดีย์ ต่อมาหนานทิพย์ช้างได้รับสถาปนาขึ้นเป็น พระยาสุลวะลือไชยสงคราม เจ้าผู้ครองนครลำปาง และเป็นต้นตระกูล ณ ลำปาง เชื้อเจ็ดตน ณ เชียงใหม่ ณ ลำพูน ณ น่าน



วัดพระธาตุลำปางหลวง เป็นโบราณสถานสำคัญ ที่ตั้งอยู่ในบริเวณซากเมืองโบราณลัมพกัปปะนคร ตามประวัติพระนางจามเทวีเคยเสด็จมานมัสการ และทำการบูรณะซ่อมแซมอยู่เสมอ นับว่าเป็นวัดสำคัญคู่บ้านคู่เมืองมาแต่โบราณกาล มีความสวยงาม และมีความยอดเยี่ยมทั้งสถาปัตยกรรม ประติมากรรม และจิตรกรรม เป็นที่ประดิษฐาน พระแก้วมรกต ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของชาวลำปาง และชาวพุทธทั่วไป


ความสำคัญ

มวลสารวัตถุจากโบราณสถาน และโบราณวัตถุในที่นี้ รัชกาลที่ ๙ ได้นำมาเป็นผงพระพิมพ์ซึ่งเป็นส่วนประกอบในการทำพระสมเด็จจิตรลดา


มารยาทในการเยี่ยมชม

วัดพระธาตุลำปางหลวง นับเป็นโบราณสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศ และยังเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ควรค่าแก่การเคารพ ในการท่องเที่ยววัดพระธาตุลำปางนั้น จึงจำเป็นที่นักท่องเที่ยวควรจะต้องแต่งการให้สุภาพ เช่นนักท่องเที่ยวหญิงไม่ควรใส่กระโปรงหรือกางเกงที่สั้นจนเกินไป



สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถหาอ่านได้จากเว็บของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยค่ะ


อ่านรายละเอียดของสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้โดยสังเขปแล้ว ก็มาชมรูปภาพกันดีกว่า

สำหรับวัดพระธาตุลำปางหลวงแห่งนี้ ตัวเราเองเคยมาสักการะหลายครั้งตั้งแต่เด็กๆ แต่ละครั้งก็ทิ้งช่วงห่างกันหลายปี ดังนั้น ทุกครั้งที่มาก็จะพบเห็นความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

เมื่อก่อนนี้บริเวณหน้าวัดจะเป็นที่ว่างโล่ง ใครใคร่จอดรถตรงไหนก็จอดระเกะระกะ แต่ตอนนี้ที่ว่างตรงนั้นเปลี่ยนเป็นลานจอดรถและร้านขายของที่ระลึกเรียบร้อยแล้ว

เสาค้ำยันต้นไม้ เมื่อก่อนเด็กๆ (ราวๆ 10 กว่าเกือบๆ 20 ปีละ) มาเคยมาซื้อ (จริงๆ ต้องเรียกว่าเช่าหรือเปล่าไม่แน่ใจ??) ไม้สำหรับค้ำยันไว้ที่นี่ แต่ปัจจุบันนี้ไม่รับเพิ่มแล้ว (ก็เยอะซะขนาดนี้แล้วเนี่ย)



วันที่ไป เจอบรรดาแม่อุ๊ยมาถือศีลที่วัดด้วย




ต้นขะจาวโบราณภายในวัด
























view